ค้นหา

กำลังโหลด...

วัคซีนสำหรับเด็ก

เขียนโดย Ladapa Pat. 0 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
วัคซีนคือ ? มีกี่ประเภท ? เด็กควรได้รับวัคซีนอะไร เมื่อไร? ล้วนเป็นข้อสงสัยที่พ่อแม่ ผู้เลี้ยงดูเด็กต้องการคำตอบ
แรกเกิด เด็กทุกคนที่ไม่มีภาวะผิดปกติ ไม่มีอาการแทรกซ้อนหลังคลอด จะได้รับวัคซีน
ป้องกันโรควัณโรค และตับอักเสบบี หลังจากนั้น แพทย์ / พยาบาล จะแนะนำพ่อแม่ในการรับวัคซีน
ตามวัยต่อไป


การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์เด็ก

เขียนโดย Ladapa Pat. 0 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้

คุณพ่อคุณแม่โคยเฉพาะคนที่มีลูกคนแรกอาจไม่ทราบว่าผิวหนังของเด็กมีความแตกต่างจากผิวหนังผู้ใหญ่ในหลายๆ ด้าน สารต่างๆ สามารถซึมผ่านผิวหนังเด็กได้จำนวนมากทำให้เกิดความระคายเคืองได้ง่าย และ
ผิวหนังเด็กยังติดเชื้อต่างๆ ได้ง่ายกว่าผิวหนังผู้ใหญ่ ทำให้ส่วนประกอบหลายชนิดของผลิตภัณฑ์ต่างๆ ไม่สามารถใช้ได้กับผิวหนังของเด็ก คุณพ่อคุณแม่มีหน้าที่ปกป้องผิวหนังที่บอบบางของลูกจากภยันตรายต่างๆ จึงควรมีความรู้ที่จะเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่มีวางขายมากมายได้อย่างเหมาะสมและปลอดภัย

โรคลมพิษในเด็ก

เขียนโดย Ladapa Pat. 0 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
โรคลมพิษในเด็ก
ลมพิษในเด็ก เป็นโรคผิวหนังชนิดหนึ่งที่พบได้บ่อยทุกเพศทุกวัย ลักษณะเป็นผื่นคัน นูน แดง บวม
ขอบเขตชัด โดยมากมักจะเกิดขึ้นและหายภายใน 24 – 48 ชั่วโมง และอาจเป็นซ้ำอีกได้ ถ้าเป็นๆ หายๆ นานเกินกว่า 6 สัปดาห์ เรียกว่า ลมพิษเรื้อรัง ซึ่งมักพบในเพศหญิงวัยผู้ใหญ่มากกว่า และมักไม่ทราบสาเหตุ


สาเหตุของผื่นลมพิษ
1. การติดเชื้อ พบได้ทั้งการติดเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส เชื้อราและปรสิต
2. ยาและอาหาร
 -  อาหารที่พบว่าแพ้บ่อย ได้แก่ ถั่ว ไข่ อาหารทะเล ช็อกโกแลต ผลไม้รสเปรี้ยว สตรอเบอรี่และสารกันบูด
 - ยาที่พบว่าแพ้ได้บ่อย ได้แก่ ยาปฏิชีวนะในกลุ่มเพนนิซิลลิน ซัลโฟนาไมด์ เตตร้าซัยคลิน ยากันชัก ยาลดไข้ในกลุ่มแอสไพรินและ NSIADS เป็นต้น
3. การฉีดสารที่ทำให้เกิดการแพ้ เช่นยาปฏิชีวนะ วัคซีน การได้รับเลือดและส่วนประกอบของเลือด

4. การสูดหายใจ เช่น ไรฝุ่นและเกสรดอกไม้
5. การถูกแมลงสัตว์กัดต่อย
6. ไม่ทราบสาเหตุ มักพบบ่อยในผู้ใหญ่มากกว่าในเด็ก

โรคภูมิแพ้ทางผิวหนัง (Atopic dermatitis)

เขียนโดย Ladapa Pat. 0 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
โรคภูมิแพ้ทางผิวหนังเป็นอย่างไร

   โรคภูมิแพ้ทางผิวหนัง เป็นโรคผิวหนังอักเสบที่พบบ่อยที่สุดในเด็ก ลักษณะที่สำคัญของโรคคือ ผิวหนังของเด็กจะแห้งและมีอาการคันมาก นอกจากนี้ผิวหนังจะไวต่อสารภายนอกที่มาสัมผัส ทำให้มีผื่นขึ้นเป็นๆ หายๆ


เด็กในแต่ละอายุ อาการจะต่างกันอย่างไร
โรคนี้แบ่งเป็น 3 ช่วงคือ 1. วัยทารก พบตั้งแต่อายุ 3 เดือน ขึ้นไป ผื่นจะขึ้นบริเวณแก้ม ผื่นด้าน นอกของแขน ขา ข้อมือและข้อเท้า โดยลักษณะผื่นจะเป็นตุ่มแดงคันหรือตุ่ม น้ำใสเป็นน้ำเหลือง อาการของโรคจะดีขึ้นเมื่ออายุ 2-3 ปี
2. วัยเด็กโต ผื่นจะขึ้นที่คอ ข้อพับของแขน และขาทั้ง 2 ข้าง ผู้ป่วยจะคันมาก และเกาจนเป็นผื่นหนา
3. วัยผู้ใหญ่ ผื่นจะเหมือนในเด็กโต แต่อาจมีผื่นที่ข้อมือและเท้า ร่วมด้วย


อาการที่พบบ่อยในภาวะผิดปกติ

เขียนโดย Ladapa Pat. 0 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
อาการที่พบในภาวะผิดปกติ


- มีไข้ ถ้าลูกมีอุณหภูมิเกินกว่า 37.5 องศาเซลเซียส วิธีแก้ไข ควรสวมใส่เสื้อผ้าที่ใม่หนาหรืออบจนเกินไป ควรเลือกผ้าที่ระบายอากาศได้ดีในเด็กอายุต่ำกว่า 3 เดือน ให้เช็ดตัวด้วยน้ำอุ่นอย่างเดียวเพื่อลดไข้ โดยเช็ด ตามใบหน้า ซอกคอ ข้อพับต่างๆ และลำตัว ซับให้แห้ง จากนั้นรอประมาณ ครึ่งชั่วโมงแล้ววัดอุณหภูมิซ้ำ ถ้ายังมีไข้สูงควรพาเด็กไปพบแพทย์ทันที เพราะงรีบพบแพทย์ทันทีเพราะเชื้ออาจลุกลามเข้ากระแสเลือดได้

สิ่งสำคัญที่พ่อแม่ควรทำเพื่อพัฒนาลูก

เขียนโดย Ladapa Pat. 0 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
1. ส่งเสริมลูกให้เจริญเติบโตมีคุณภาพทั้ง 4 ด้าน คือ ด้านร่างกาย
สติปัญญา จิตใจ อารมณ์และสังคม เพื่อลูกจะเป็นคนดี เก่ง มีความสุข ให้โอกาสลูกได้เรียนรู้และฝึกทำ
2. ควรสังเกตว่า ลูกทำสิ่งต่างๆ ได้เหมาะสมตามช่วงอายุหรือไม่
3. ส่งเสริมพัฒนาการอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ เพื่อพัฒนาการ สมวัยของลูก
4. เด็กบางคนอาจพัฒนาเร็วหรือ ช้า แตกต่างกัน ถ้าถึงช่วงอายุที่
เด็กจะต้องมีพัฒนาการตามวัยแต่ยังไม่สามารถทำได้ ควรให้โอกาสฝึก 1 เดือน ถ้าเด็กพัฒนาการไม่ดีขึ้นควรนำมาปรึกษาแพทย์

ควรปรึกษาแพทย์หรือเจ้าหน้าที่ สาธารณสุข หากพบว่า :
- 3 เดือน ไม่สบตา หรือยิ้มตอบ ไม่ชูคอในท่านอนคว่ำ
- 6 เดือน ยังไม่มองตาม ไม่หันตามเสียง ไม่พลิกคว่ำพลิกหงาย
- 1 ปี ยังไม่เกาะเดิน ไม่สามารถใช้นิ้วมือหยิบของ

- 1 ปี ครึ่ง ไม่สามารถทำตามคำสั่งง่ายๆ ได้ เช่น นั่งลง สวัสดี เดินมาหาแม่ และยังไม่พูดคำเดี่ยวๆ ที่มีความหมาย
- 2 ปี ยังไม่พูดคำ 2 พยางค์ต่อกัน เช่น กินข้าว ไปเที่ยว
- 3 ขวบยังไม่พูดเป็นประโยค มีพฤติกรรมแปลกๆ บ่อยๆ เช่น เดินเขย่ง หมุนตัว เล่นคนเดียวไม่สนใจคนอื่น
**หมายเหตุ พัฒนาการล่าช้ากว่าวัย น้ำหนักน้อยกว่าเกณฑ์ เจ็บป่วยบ่อยๆ ควรรีบปรึกษาแพทย์ด่วน

ที่มา: คู่มือเลี้ยงลูก สำหรับคุณแม่มือใหม่

พัฒนาการของเด็กวัย 3-4 ปี

เขียนโดย Ladapa Pat. 0 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
เริ่มเป็นตัวของตัวเองโดยไม่ต้องให้ผู้ใหญ่เฝ้าในการเล่น ใช้พลังงานไปกับการเล่น จะรู้สึกดีที่ได้แสดงออกในสิ่งที่ตนต้องการ เต็มใจลองของใหม่และสิ่งแปลกใหม่
    เด็กสามารถเดินด้วยปลายเท้าเดินบนไม้แคบๆ ได้ สามารถวิ่งแล้วหยุดวิ่ง เลี้ยวหรือหลบสิ่งกีดขวางได้ เดินขึ้นลงบันไดสลับเท้าได้ ปีนตาข่ายเชือกได้ ขว้างและรับลูกบอลขนาดเล็กได้ วิ่งไปเตะลูกบอลได้โดยไม่ต้องหยุดเล็ง กระโดดสองเท้าได้ไกล 30 ซม. หรือกระโดดลงจากบันไดขั้นสุดท้ายได้
    ถีบจักรยาน 3 ล้อได้ ประกอบชิ้นส่วนของรูปภาพได้ วางเรียง ก้อนไม้ที่มีขนาดต่างกัน เรียงตามลำดับได้ จับคู่และแยกรูปภาพ สี วัตถุ ตัวอักษรได้ เลียนแบบการเขียน เครื่องหมายบวก(+) ตัววี (V) วาดรูปคนที่มีส่วนของร่างกายอย่างน้อย 3 ส่วน ร้อยลูกปัดขนาดเล็ก ใช้กรรไกร ตัดกระดาษได้สั้นๆ
   ชี้อวัยวะของร่างกายได้มากขึ้น เลือกรูปภาพชายหญิงได้ รู้จัก ผิว สัมผัสแข็งและนิ่ม รู้จักคำว่าปิดเปิด เลือกรูปภาพที่แสดงสีหน้า สุข เศร้า โกรธ รู้ขนาดใหญ่และเล็ก รู้ตำแหน่ง เช่น ข้างหน้า ข้างหลัง ข้างๆ ห่างๆ ตอบ คำถามง่ายๆ ได้ โดยการพูดหรือชี้ในขณะฟังนิทาน

พัฒนาการของเด็กวัย 2-3 ปี

เขียนโดย Ladapa Pat. 0 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
เด็กวัย 2-3 ปี จะเป็นเด็กช่างสงสัย เต็มไปด้วยคำถาม การเฝ้าดู การสังเกตและการเลียนแบบเชิงสำรวจ มีความสนใจในการฝึกทักษะอย่างมาก ชอบทำกิจกรรมซ้ำๆ วัยนี้จึงเป็นช่วงสำคัญที่จะทำให้เด็กเข้าใจถึงการเปลี่ยนแปลงและความต่อเนื่องที่เกิดขึ้นในเวลาต่อมา
    เด็กชอบขีดเขียนเป็นเส้นยาว วงกลม และตั้งชื่อเส้นที่ขีดเขียนได้ ถีบจักรยานสามล้อได้ ยืนด้วย าข้างเดียวได้ กระโดดอยู่กับที่ได้ เดินขึ้นลงบันไดสลับเท้าได้ เล่นกระดานลื่นได้เอง ขว้างลูกบอล วิ่งไปเตะลูกบอลได้ ประกอบรูปจิ๊กซอว์ 3-6 ชิ้นได้ จับคู่รูปภาพ รูปเรขาคณิต จับคู่สีได้ รู้จักแม่สีหรือสีพื้นๆ ปั้นดินน้ำมันเป็นก้อนกลมๆ เป็นแท่งหรือบิดเป็นเกลียว ร้อยลูกปัดขนาดเล็กได้ ดูหนังสือได้ ด้วยตนเอง
    ทำตามคำสั่งที่เกี่ยวข้องกับการกระทำได้ 2-3 อย่าง เช่น ยืน ตบมือ กระโดด ชี้อวัยวะของร่างกายได้ 10 ส่วน เลือกรูปภาพตามสั่งได้ รู้จักตำแหน่ง สามารถวางวัตถุไว้ข้างบน ข้างใต้ และข้างในได้ สนใจฟังนิทานได้นาน 10 นาที เลือกจัดกลุ่มวัตถุตามประเภทได้

พัฒนาการของเด็กวัย 1-2 ปี

เขียนโดย Ladapa Pat. 0 ความคิดเห็น ลิงก์ไปยังบทความนี้
เด็กวัย 1-2 ปี จะเป็นวัยที่มีความต้องการเป็นตัวของตัวเอง ชอบเล่นเชิงสำรวจ และชอบการเลียนแบบ เดินเองได้คล่อง เดิน ขึ้น / ลงบันได พักเท้าแต่ละขั้น มือจับราวบันได สามารถขีด เขียนเส้นที่ไม่มีความหมายลงบนกระดาษได้ ใช้นิ้วมือได้คล่องขึ้น จับคู่วัตถุที่เหมือนกัน ต่อก้อนไม้ สี่เหลี่ยมลูกบาศก์เป็นหอสูงได้ และวางรูป ในช่องกระดานรูปแบบได้ เลือกวัตถุและรูปภาพที่คุ้นเคยได้ตามสั่ง ชี้อวัยวะของร่างกายได้ 7 ส่วน ทำตามคำสั่งง่ายๆ ได้ 3 อย่าง มีความตั้งใจฟังนิทานเรื่องสั้นจนจบ เลียนแบบการพูด และพูดเป็นคำๆ ให้ผู้ใหญ่เข้าใจได้ ดื่มน้ำรับประทานอาหารได้เอง โดยไม่หก ถอดกางเกงเอวยางยืดได้ เริ่มถ่ายอุจจาระเป็นเวลา เริ่มกลั้นปัสสาวะได้ในช่วงเวลากลางวัน สามารถเข้าไปเล่นกับเด็กคนอื่น
แบบต่างคนต่างเล่นยังไม่รู้กฎกติกา จะปกป้องสิ่งของเมื่อถูกแย่ง ยังไม่รู้จักแบ่งปัน
 

NewMomGuide Copyright © 2010 Designed by Ipietoon Blogger Template Sponsored by Emocutez